บทที่ 3 งานเลี้ยงในวังหลวง

ฟางซินสะดุดกับชายหนุ่มที่ถูกรุมล้อมตรงกลางห้องโถง วันนี้เขาสวมชุดสีขาว ถักทอด้วยไหมสีน้ำเงิน ซึ่งตัดกับชุดสีขาวอย่างเข้ากัน ห้อยป้ายหยกที่ประณีตที่เอว

ผมรวบไว้ด้านบนครึ่งศีรษะอย่างประณีต ในยามไม่มีชุดเกราะ เขาก็เป็นชายที่รูปร่างดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

ใจหญิงสาวเต้นแรงไม่หยุด เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมใจเต้นแรง มือไม้สั่นขนาดนี้ เก็บอาการไว้ หายใจลึกๆ ใจเย็นไว้ๆๆ นางบ่นในใจ ของกิน ใช่ หาของกินดีกว่า จะได้ใจเย็นลง

“ข้าน้อย เฉิงลี่หมิง คารวะท่านแม่ทัพลู่ และฮูหยินทั้ง 2” 

ทันใดที่ชายหนุ่มเข้ามาทักทาย หนิงเซียนรู้ทันทีว่า ข้าต้องเป็นพระชายาของเค้าให้ได้ 

“ใต้เท้าเฉิง อย่าได้เกรงใจ เราคนกันเอง”

“ศึกครั้งนี้ ลำบากท่านแล้วนะ” แม่ทัพลู่กล่าว

“มิได้ขอรับท่านลุง เป็นหน้าของข้าขอรับ ท่านลุงสบายดีนะขอรับ”

เนื่องจากบิดา และลู่ต้าตง คือสหายร่วมรบ และเป็นสหายที่สนิทกัน เฉิงลี่หมิง และแม่ทัพลู่ จึงมีความสนิทสนมกัน

“ข้าสบายดี หลานชายอย่าได้ห่วง มา ข้าแนะนำให้รู้จักลูกๆ ของลุงนะ นี่จินเยว่ ลูกชายคนโตของลุง คงรู้จักกันแล้ว และนี่ก็ หนิงเซียน และ ฟาง….”

“ฟางซินไปไหนแล้ว”

“ท่านพ่อ น้องคงไปหาของรับประทาน เช่นเดิมเจ้าค่ะ” หนิงเซียนกล่าว 

“หนิงเซียน คารวะท่านอ๋องเพคะ”

เฉิงลี่หมิงสะดุดไปครู่หนึ่ง ช่างงามจริง สมกับเป็นบุตรีท่านลุงลู่ ได้ข่าวว่าชื่อเสียงความงามของบุตรีลูกสาวแม่ทัพลู่มานาน พึ่งมาประจักษ์ต่อความจริง ก็วันนี้

“ลี่หมิง เจ้าพึ่งมาถึงเมืองหลวง ว่างๆ ให้เยว่เอ๋อ พาเที่ยวสิ”

แม่ทัพลู่กล่าว

“ยินดีขอรับท่านลุง แล้วข้าจะแวะไปเยี่ยมท่านลุงด้วยขอรับ จวนพระราชทานของข้า อยู่ใกล้จวนท่านลุง คงได้ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ขอรับ” 

พูดแล้วก็แอบมองหนิงเซียน นางทำท่าเขินอาย และแอบตีแขนมารดาเบาๆ ฮูหยินรอง อดเอ็นดูหนุ่มสาวตรงหน้ามิได้

“ไปเถิด ฮ่องเต้และฮองเฮาจวนใกล้เสด็จแล้วล่ะ หาที่นั่งกันเถอะ” แม่ทัพลู่กล่าว 

“เจ้าไปไหนมา แอบไปหาของกินมาอีกแล้วเหรอ”

จินเยว่ถามน้องสาวคนเล็ก

“แหม ท่านพี่ก็อย่ารู้ทันไปซะหมดสิเจ้าคะ ข้าน่ะ นอกจากของกินแล้ว ยังไปเจรจาเรื่องการค้ามาด้วยเจ้าค่ะ งานนี้คุ้มสุดๆ ไปเลย”

“ข้าเจอนางในหลายคนเลย ใช้เครื่องหอมของข้า ข้าเลยกระซิบบอกพวกนางว่า อีก 5-6 วันจะมีสินค้าออกใหม่ ข้ารอนับเงินเลยงานนี้”

“ฮ่องเต้ และ ฮองเฮา เสด็จ”

เสียงหวังกงกงตะโกน ทุกคนทำความเคารพ และนั่งลงในที่ตนเอง งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อย ๆ ฟางซินแอบมองท่านอ๋องเฉิง ซึ่งตอนนี้เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และนางพึ่งสังเกตเห็นตอนนี้เองว่า สายตาท่านอ๋อง ก็มองมาเช่นกัน แต่ทว่า….

ท่านอ๋อง มองผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าของนาง นั่นคือ ลู่หนิงเซียน พี่สาวของนาง ทั้งคู่มองสบตากัน พร้อมกับยกจอกสุรา ก่อนจะดื่มพร้อมกัน ภาพเบื้องหน้า ทำให้หญิงสาวเกิดอาการเจ็บจิ๊ดๆ ที่ใจ อะไรกัน นี่มันคืออะไรกัน ทำไมรู้สึกกระอักกระอ่วน หม่นหมอง และเศร้าถึงเพียงนี้

ใบหน้าของท่านอ๋องตอนนี้ มีรอยยิ้มบางๆ เกิดขึ้น เพราะพี่สาวนางเช่นนั้นเหรอ เฮ้ออ และแล้วถึงเข้าใจ อ่านในนิยายพวกนั้นมาก็เยอะ ฟังเพลงงิ้วมาก็เยอะ ไม่นึกว่าจะเจอกับตัวเอง รักแรก ที่พบ และจบไปพร้อมกัน

ช่างน่าเศร้าซะจริงๆ สายตาข้า มองไปที่คนๆ เดียว คือท่าน ช่างน่าขำที่สายตาท่าน ก็มองไปที่คนๆ เดียวเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่ข้า ดื่มให้ตัวเอง แล้วจบเรื่องนี้ซะเถอะ ฟางซิน! 

หลังกลับจากงานเลี้ยงเมื่อคืน ฟางซินแทบจะจำไม่ได้เลยว่ากลับมาที่ห้องได้อย่างไร รู้แต่ว่าเดินอย่างใจลอย มายังห้องของตน ปล่อยสาวใช้จัดการทุกอย่าง และนางก็หลับลง หวังว่าเรื่องในคืนนี้ จะเป็นเพียงฝันไป

ปวดหัวซะจริง สุราแค่นิดหน่อยเองนะ จากนี้ข้าคงไม่ดื่มอีกแล้ว

“คุณหนู ท่านตื่นแล้วเหรอเจ้าคะ สินค้าตัวใหม่ พร้อมนำไปส่งที่หอจันทราแล้วนะเจ้าคะ”

ชุนเอ๋อรายงาน

“ไปกัน แต่งตัวให้ข้าที ได้เวลาทำงานแล้ว”

ใช่แล้ว นางไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้ นางหวังเก็บเงินได้มากพอที่จะไปจากเมืองนี้ ไปแคว้นจ้าว เพื่อสืบหาเรื่องราวของท่านแม่ ถึงแม้ท่านพ่อจะดีกับนาง แต่ก็ไม่สามารถจะห้ามความอยากรู้ความจริงนี้ได้ นางไม่อาจทนให้ใครมาดูถูกมารดาของตนได้ ถึงจะไม่รู้ที่มาแน่นอน แต่นางก็ยังแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ มาตลอด

“ไปหอจันทรา”

นางบอกคนขับรถม้าของจวน

“ขอรับคุณหนู”

เอ๋ มีรถม้าจอดหน้าจวน รถของผู้ใดกัน มาเยือนแต่เช้าเช่นนี้ ม่านรถม้าเปิด จังหวะเดียวกันกับที่ฟางซินเปิดม่านหน้าต่างดู นางไม่มีทางจำผิด ชุดขาว รูปร่างสมส่วน หน้าตาดั่งหยก ท่านอ๋องเฉิง ใจนางเจ็บอีกแล้ว ไม่ต้องเดา คงมาหาท่านพี่สินะ หึ ดีแล้วที่ข้าออกมาก่อน จะได้ไม่ต้องเห็นท่านอีก

“ชุนเอ๋อ วันนี้ข้าอยากเที่ยว อยากซื้อเครื่องประดับใหม่ เจ้าอยากได้อะไรบอกข้า วันนี้ข้าเลี้ยงเอง” 

ชุนเอ๋อถึงกับงุนงงกับคำกล่าวของคุณหนู ปกติคุณหนูประหยัดมาก แม้แต่เครื่องประทินโฉม นางยังทำเอง เครื่องประดับก็ล้วนแต่เป็นฮูหยินรอง ที่จัดหาให้ นางบอกว่าเรื่องพวกนี้ไม่จำเป็น

แต่วันนี้ นางว่าไงนะ จะซื้อเครื่องประดับ งั้นเหรอ ว๊าววว คุณหนูข้าโตแล้วสินะ เสร็จธุระจากหอจันทราแล้ว ทั้งคู่เลยออกมาเดินเล่นตลาด วันนี้ก็คึกคักเช่นเดิม เนื่องจากเริ่มเปิดเมืองให้ทำการค้าขายจากแคว้นอื่นๆ กันแล้ว แผ่นดินสงบ การค้ารุ่งเรือง

“ต่างหูหยกคู่นี้งามยิ่งนัก เอ๋ มี 2 คู่เชียว เถ้าแก่ ต่างหูหยกนี่ขายยังไง” 

ต่างหูคู่นี้ช่างสะดุดตานัก หยกล้อมรอบเป็นระย้า มีพลอยสีแดงอยู่ตรงกลาง หยกนี้ช่างประณีตยิ่งนัก สะดุดตาเหลือเกิน

“เถ้าแก่ ข้าซื้อคู่นี้”

“ไม่ได้ออกมาเดินเล่นซะนาน ตลาดคึกคักนะเจ้าคะท่าน... เอ่อ พี่เฉิง”

หนิงเซียนคุยอย่างสนิทสนม เนื่องจากอยุ่ข้างนอก ฐานะย่อมต้องปิดบัง

“เจ้าเคยอยากออกมาด้วยเหรอ ปกติเห็นแต่อยากได้อะไรก็เรียกไปที่จวน” 

จินเยว่กล่าว หนิงเซียนถึงกับหันมาค้อนพี่ชาย

ต่างหูนี่งามยิ่งนัก เฉิงอ๋องรำพึงในใจ

“เถ้าแก่ ข้าอยากได้ต่างหูคู่นี้”

“ข้าให้เจ้า คุณหนูหนิงเซียน ถือว่าเป็นของขวัญพบหน้านะ”

“ขอบพระทัย … ขอบคุณท่านพี่เฉิงเจ้าค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป